เปิดประวัติ ปรมาจารย์ยิปมัน

ยิปมัน(葉問)เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1893 ที่เมืองฝัดซ๊าน (ฝอซาน) มณฑลกวางตุ้ง (สถานที่เดียวกับ หว่องเฟ๊ยห่ง (หวง เฟยหง) ในครอบครัวคหบดีที่มั่งคั่ง

ยิปมัน เป็นลูกเศรษฐีแต่มีความสนใจในวิชาป้องกันตัวเป็นอย่างมาก เมื่อเขาอายุประมาณ 11 ปีได้นำเงินที่สะสมไว้ มาเพื่อขอเป็นศิษย์อาจารย์ฉานหว่าซุนแต่ฉานหว่าซุนกลับเห็นว่ายิปมันเป็นเด็ก อาจจะขโมยเงินจากผู้อื่นเพื่อมาเรียนจึงไม่ยอมรับ และได้ขอพบบิดาของยิปมัน

หลังจากทราบความจริงแล้วฉานหว่าซุนจึงได้รับยิปมันเป็นศิษย์คนสุดท้าย และสอนวิชาให้ยิปมันเป็นเวลา 6 ปีก่อนจะสิ้นชิวิตลง

มวยหวิงชุนเป็นเพลงมวยที่กล่าวขานในตำนานว่าคิดค้นโดยแม่ชี อื่อหมุ่ย และได้ถ่ายทอดวิชามวยนี้ให้หญิงสาวชาวบ้านชื่อ หยิ่มเหวงช๊น (หรือ เหยียนหย่งชุน ในภาษาจีนกลาง (嚴詠春)) จึงเป็นที่มาของชื่อมวยนี้ เอกลักษณ์ของเพลงมวยชนิดนี้คือ เน้นที่ความว่องไวและหนักหน่วงในการต่อสู้แบบประชิดตัวโดยไม่ได้มีลีลามากนัก

แต่ขณะนั้น ฉั๋นหว่าซุน อายุมากแล้ว การสอนจึงตกเป็นหน้าที่ของศิษย์พี่ หงึง ชงโซว

หลังจากนั้นยิปมันได้ฝึกฝนวิชาต่อจากศิษย์พี่ใหญ่หงึงชงโซวสอนยิปมันต่อให้สำเร็จ และยังถือว่ายิปมันเป็นศิษย์คนสุดท้ายของ ฉานหว่าซุ่นด้วย

ยิปมันได้ศึกษาต่อที่ฮ่องกง ด้วยความคะนองในวิชาได้ท้าประลองไปทั่วเกาะฮ่องกง ความหึกเฮิมมีมากขึ้นเมื่อเขาต่อสู้ชนะเสมอจนวันหนึ่งเขาได้ไปพบคนแก่คนหนึ่งซึ่งผู้คนรู้จักกันดีว่ามีความสามารถในวิชาหมัดเป็นอย่างมาก ด้วยความคะนองยิปมันจึงได้ขอทดสอบฝีมือด้วย แต่ต่อสู้ก็แพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนได้ทราบว่าคนแก่ผู้นั้น ก็คือ “เหลียงปิ๊ก” (ผู้เป็นอาจารย์อา) บุตรชายของเหลียงจั่น หรือศิษย์พี่ศิษย์น้องของฉานหว่าซุนนั่นเองเหลียงปิ๊กจึงได้รับยิปมันไว้เป็นศิษย์และถ่ายทอดวิชาเพิ่มเติมให้

หลังจากยิปมันเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ขณะนั้นยิปมันอายุ 24 ปี)จึงลาอาจารย์เหลียงปิ๊กกลับสู่เมืองจีน และอาศัยอยู่ที่เมืองฝอซันหลังจากนั้นจึงแต่งงาน และมีบุตรชาย 1 คน

ที่ฝอซัน ยิปมันได้งานเป็นตำรวจ จึงไม่ได้เปิดสำนักมวย แต่ก็ได้สอนลูกน้องของเขาบ้าง ในช่วงที่ญี่ปุ่นบุกจีน ยิปมันปฏิเสธิที่จะเป็นครูฝึกสอนให้ทหารญี่ปุ่นหลายต่อหลายครั้ง และย้ายจากฝอซันไปอยู่ต่างจังหวัด

ยิปมัน เป็นปรมาจารย์หย่งชุนคนแรก ที่เปิดสอนให้กับสาธาณณะ จนหย่งชุนที่โด่งดังกระฉ่อนระดับโลกได้จนทุกวันนี้ ลูกศิษย์ของยิปมัน มีหลายคนที่เปิดสำนักของตนเอง รวมถึง บรูซ ลี ด้วย

ยิปมันเป็นลูกศิษย์ของฉานหว่าซุน ปรมาจารย์หย่งชุนคนหนึ่ง แต่ขณะนั้นฉานหว่าซุน อายุมากแล้ว การสอนจึงตกเป็นหน้าที่ของศิษย์พี่หงึงชงโซวเป็นเวลา 3 ปี อาจารย์ฉานหว่าซุนตายด้วยโรคชรา และได้ฝากฝังให้หงึงชงโซวสอนยิปมันต่อให้สำเร็จ และยิปมัน ยังถือเป็นศิษย์คนสุดท้ายของฉานหว่าซุนด้วย

ปลาย ปี 1949 ยิปมันเข้าร่วมกับพรรคก๊กมินตั๋งและต้องหนีไปฮ่องกงโดยพลัดพรากจากครอบครัว เนื่องจากพรรคก๊กมินตั๋งแพ้ให้กับพรรคคอมมิวนิสต์(เหมาเจ๋อตุง)

ที่ฮ่องกงยิปมันจึงได้เริ่มเปิดสำนักสอนหยงชุนขึ้น แรกๆกิจการไม่ดีเพราะลูกศิษย์ที่สมัครอยู่กับเขาได้ไม่กี่เดือนก็ออกไป ไม่นานเขาได้ย้ายสำนักไปเปิดที่เหยาหมาตี้ และที่นั่น เขามีลูกศิษย์ที่ศึกษาอย่างจริงจัง เช่น ฮอกกิ่นเชียง หว่องซัมเหลียง เจียงจกเฮง เจียงฮกกิ่น และอื่นๆ ซึ่งสร้างชื่อเสียงในการประลองให้แก่หยงชุนเป็นอย่างมาก

บรุซ ลี ศิษย์ที่โด่งดังที่สุดของยิปมัน ได้เรียนกับยิปมันในช่วงปี 1954 -1957 ซึ่งชัดเจนว่าบรุ๊ซไม่ได้เรียนรู้วิชาทั้งหมด ต่อมาบรุ๊ซลีจึงคิดค้นวิชาของตัวเองขึ้น ชื่อจีทคุนโด และมีชื่อเสียงในวงการภาพยนต์

ยิปมันเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1972 ที่ฮ่องกง ด้วยโรคมะเร็งที่คอ รวมอายุได้ 79 ปี และ และถูกยกย่องให้เป็นปรมาจารย์ในยุคปัจจุบันของหยงชุ่น เคียงข้าง เช็งหม่านชิง (แต้หมั่งแช – แต้จิ๋ว) แห่ง สำนักไท้เก็ก ยูอิชิบ้าแห่งสำนักไอกิโด้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *