ไม่ชอบอ่าน แต่อยากได้ความรู้ “หนังสือเสียง” ช่วยคุณได้

หนังสือเสียงได้พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และผ่อนคลายผ่านการฟังสำหรับผู้คนยุคใหม่ที่งานยุ่งและมีเวลาว่างน้อย เชื่อหรือไม่ว่าหนังสือเสียงมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 และกำลังจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการฟังระบบดิจิตอลที่ได้รับการพัฒนาและให้ประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัย เราลองดูว่าคนยุคใหม่ฟังหนังสือเสียงที่ไหนอย่างไร และมองอนาคตของหนังสือเสียงว่าจะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด

ประเภทของผู้ฟัง และสถานที่ในการฟัง

ตามข้อมูลจาก Audio Publishers Association (APA) ในปี พ.ศ.2555 ที่รวบรวมโดยสำนักพิมพ์อิสระต่างๆ เผยว่า ผู้ฟังหนังสือเสียงส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่มีการศึกษาสูง โดยเฉลี่ยอายุประมาณ 44 ปี เป็นคนรักหนังสือและสามารถบริโภคเนื้อหาผ่านการถ่ายทอดได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหรือฟัง ในขณะที่หนังสือเสียงให้ผู้ใช้สามารถทำสิ่งอื่นควบคู่ไปได้ขณะฟัง และสามารถฟังได้ทุกที่ทุกเวลา อาธิเช่น ขณะออกกำลังกาย ขับรถไปทำงาน หรือระหว่างทำงานบ้าน

ต้องการฟังอะไรที่มีความเร็ว?

เรามักคุ้นเคยกับความเร็วในการอ่านหนังสือ การกวาดตาหรือจับใจความประโยคโดยไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงออกมา นี้เป็นตรรกะเดียวกันกับความเร็วในการฟังหนังสือ บทความตอนหนึ่งจาก America’s unhealthy obsession with productivity is driving its biggest new reading trend โดย Quartz กล่าวว่า หูสามารถรับคำและตีความหมายได้อย่างรวดเร็ว และด้วยแพลตฟอร์มและแอป Audiobook ที่ได้รับการพัฒนามาใหม่ คุณสามารถปรับความเร็วเพิ่มขึ้นได้ 1.5x, 2x และ 3x เท่า โดยปกติแล้ว การฟังหนังสือเสียงจะช้ากว่าการอ่านหนังสือประมาณ 150 คำต่อนาที (WPM) โดยความเร็วเฉลี่ย ผู้ใหญ่ทั่วไปอ่านข้อความได้ประมาณ 250 คำต่อนาที ดังนั้นหากเราปรับหนังสือเสียงให้เร็วขึ้น 2 เท่า การฟังจะเร็วกว่าการอ่านข้อความจริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *